เลือกผ้าม่านให้เหมาะสม: เปรียบเทียบระดับการกันแสงของผ้าแต่ละประเภท
การเลือกผ้าม่านให้เหมาะสมกับการใช้งาน ควรพิจารณาความสามารถในการกันแสง ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่:
1. ม่านโปร่ง (Sheer Fabric)
- Light Block 10-30% (ป้องกันแสงน้อยมาก)
- เนื้อผ้าบาง โปร่งแสง ให้แสงธรรมชาติเข้ามา
- มองเห็นวิวภายนอกได้บางส่วน มีโครงสร้างผ้าที่ทอหลวมกว่าม่านปกติ
- นิยมใช้ร่วมกับม่านทึบเพื่อความสวยงามและปรับระดับแสงได้
2. ม่านปกติ (Curtain Fabric)
- Light Block 40-70% (ป้องกันแสงปานกลาง)
- บังแสงได้มากกว่าม่านโปร่ง แต่ยังคงให้แสงผ่านได้บางส่วน มีโครงสร้างผ้าที่ทอเน้นกว่าม่านโปร่ง
- ช่วยลดความร้อนและเพิ่มความเป็นส่วนตัว
3. ม่านกันแสง (Dim-out Fabric)
- Light Block 60-90% (ป้องกันแสงมาก แต่ยังมีแสงรอดผ่านเล็กน้อย)
- กันแสงได้ดี แต่ไม่ถึงขั้นปิดกั้นแสงสนิท โดย การทอเส้นด้ายสีดำ (Dope-Dyed Yarn) แทรกในเนื้อผ้า ซึ่งทำหน้าที่ดูดซับแสง ช่วยเพิ่มความสามารถในการป้องกันแสง ทำให้แสงลอดผ่านน้อยลง
- เหมาะสำหรับห้องนั่งเล่นหรือห้องทำงานที่ต้องการลดแสงแต่ไม่ให้มืดเกินไป
4. ม่านทึบแสง (Blackout Fabric)
- Light Block 100% (ปิดกั้นแสงสนิท)
- การเคลือบกันแสงเพื่อป้องกันแสงลอดผ่าน
- Foam-white coat – ชั้นเคลือบโฟมสีอ่อนช่วยสะท้อนแสงและความร้อนเป็นชั้นนอกสุด
- Foam-back coat – ชั้นโฟมสีดำที่ช่วยดูดซับแสง ป้องกันการลอดผ่านของแสงได้ 100%
- Foam-white coat – ชั้นเคลือบโฟมสีขาวเป็นชั้นในสุดติดกับเนื้อผ้า ที่ใช้สีขาวเพราะจะไม่ทำให้ผ้าที่เพี้ยน สีผ้าหม่นๆ เข้มขั้น ถ้าเคลือชั้นติดกับผ้าเป็นชั้นโฟมสีดำเลย
- Fabric – นิยมใช้เนื้อผ้าที่เนื้อบางๆ เพื่อเวลาสัมผัสหลังเคลือบชั้นโฟมแล้วจะไม่รู้สึกแข็งกระด้างเกินไปและเพื่อความสวยงาม
- เหมาะสำหรับห้องนอนและโฮมเธียเตอร์ที่ต้องการความมืดสนิท
สรุปการเลือกใช้ผ้าม่านตามระดับการกันแสง:
- ม่านโปร่ง → ปล่อยให้แสงผ่านมากที่สุด (Light Block 10-30%)
- ม่านปกติ → กรองแสงระดับปานกลาง (Light Block 40-70%)
- Dim-out → กรองแสงได้มากขึ้น (Light Block 60-90%)
- Blackout → ปิดกั้นแสงเกือบทั้งหมด (Light Block 100%)
การเลือกผ้าม่านที่เหมาะสมช่วยให้สามารถควบคุมแสงในห้องได้ดีขึ้น ทั้งยังเพิ่มความสะดวกสบายและบรรยากาศที่ต้องการให้กับพื้นที่ และทิศทางของบ้านของคุณ